เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ

การดูแลสุขภาพกับปัญหาหัวใจและหลอดเลือด

สารอาหารที่จำเป็นต่อการดูแลหัวใจและหลอดเลือด

 

        โคเอนไซม์ คิวเทน มีความสำคัญมากในการสร้างพลังงานพื้นฐานของเซลล์ ทำให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายทำงานเป็นปกติ พบมากในอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง โดยเฉพาะหัวใจ หากขาดโคเอนไซม์ คิวเทน จะทำให้ร่างกายขาดพลังงานไปอย่างมาก ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจลดลง

        จากความสำคัญของ โคเอนไซม์ คิวเทน ในการสร้างพลังงานของเซลล์ และการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องและชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย จึงมีการนำมาใช้ เพื่อประโยชน์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจคั่งเลือด (Congestive Heart Failure) อาการเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด (Angina Pectoris) ความดันโลหิตสูง โดยพบว่าช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานดีขึ้น อาการของโรคหัวใจดีขึ้น ความดันโลหิตในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงลดลง โดยทั่วไปถ้ามีปัญหาโรคความดันโลหิตสูง ควรได้รับโคเอนไซม์ คิวเทน วันละ 100 มิลลิกรัม

        Fish Oil หรือน้ำมันปลา ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจอย่างมาก เพราะน้ำมันปลาจัดว่าเป็นกรดไขมันจำเป็น (Essential Fatty Acid) ที่จำเป็นต่อร่างกาย ในปี ค.ศ. 1970 มีผู้ค้นพบว่า ชาวเอสกิโมซึ่งบริโภคปลาเป็นอาหารหลัก เมื่อมีการตรวจเลือดจะพบว่ามีเลือดใสกว่าปกติ เพราะเกร็ดเลือดไม่สามารถรวมตัวกันได้ จึงเป็นเหตุผลในการสนับสนุนว่าน้ำมันปลา มีพลังในการป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้อย่างน่าอัศจรรย์ เนื่องจากน้ำมันปลาเป็นแหล่งของกรดไขมันชนิดโอเมก้า-3

        น้ำมันปลา ให้สารสำคัญ คือ โอเมก้า-3 (Omega-3 Fats) ซึ่งประกอบด้วย สารสำคัญ 2 ชนิด คือ EPA และDHA โดยที่จากรายงานการแพทย์จำนวนมากพบว่า มีผลในช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากจะช่วยในการลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ป้องกันไม่ให้ไขมันเกาะติดที่ผนังหลอดเลือด รักษาความยืดหยุ่นและป้องกันหลอดเลือดอุดตัน อันเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคหัวใจตามมาในที่สุด     สามารถนำน้ำมันปลามาใช้ในผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ถ้ามีการตรวจพบว่าเริ่มมีระดับของไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดเริ่มสูงมากกว่า 150 มก./เดซิลิตร หรือมีระดับของความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่อง และยังสามารถใช้ในผู้ที่มีแนวโน้วจะมีระดับของไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงได้ เช่น ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้ที่ทำงานนั้งโต๊ะเป็นประจำ ผู้ที่อยู่ในวัยใกล้หมดประจำเดือน ผู้ที่ดื่มแอลกฮอล์และสูบบุหรี่มาก    สำหรับผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูง ควรรับประทานน้ำมันปลาวันละ 3,000 มิลลิกรัม

        วิตามินซี มีการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร American College of Nutritionในปี 2001 พบว่า ผู้เข้าร่วมการวิจัย 8,453 คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด พบว่าการได้รับวิตามิน ซี ในขนาดต่ำ จะเพิ่มความเสี่ยงต่ออัตราการตายจากโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งในปอดโดยเฉพาะในผู้ชาย

        และยังมีการศึกษาที่มหาวิทยาลัยคาลาบาร์ ประเทศไนจีเรีย พบว่าหนูทดลองที่ได้รับวิตามิน ซี 100 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวใน 30 วัน มีอัตราการลดลงของคลอเลสเตอรอลรวมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสัมพันธ์กับการศึกษาที่พบในคน ซึ่งค้นพบโดยบังเอิญ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคตาในลอนดอน พบว่าการรับประทานวิตามิน ซี ทุกวัน ในขนาด 3,000 มิลลิกรัม ถึง 10,000 มิลลิกรัม ช่วยทำให้เส้นเลือดขนาดเล็กในดวงตา ที่มีปัญหาตีบตันจากระดับไขมันในเลือดสูง สามารถกลับมาทำงานได้อีก จึงช่วยลดความเสี่ยงในการมองไม่เห็น ซึ่งเป็นผลของการที่วิตามิน ซี สามารถช่วยลดคลอเลสเตอรอลได้นั่นเอง

แชร์เลย!

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง


การป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตัน

ภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองอุดตัน ซึ่งควรจะต้องระวังและป้องกัน เนื่องจากในปัจจุบันแต่ละปี คนไทยประมาณ 60,000 - 100,000 คน เสียชีวิตอย่างกระทันหันจากอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และคนไทยอีกกว่า 39 ล้านคน


โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง

โรคหัวใจจัดเป็นหนึ่งในโรคที่คุกคามชีวิตคนทั่วโลก สำหรับประเทศไทยในปี 2552 สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการตายอันดับสองในกลุ่มโรคไม่ติดต่อรองจากอุบัติเหตุโดยมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้มากถึง 4 ล้านกว่าคน และมีแนวโน้ม