เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ

ดูแลสมอง ด้วยแปะก๊วย ดีเอชเอ และเลซิติน

ดูแลสมอง ด้วยแปะก๊วย ดีเอชเอ และเลซิติน

        สมอง นับเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของการดำเนินชีวิต ทั้งในเรื่องของสติปัญญา ความคิด ความจำ การเรียนรู้ ความสามารถในการทำงานและการตัดสินใจ ซึ่งสมองจะมีการเติบโตและพัฒนาต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงอายุ 25 ปี และจะเริ่มเสื่อมลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น

        ในปัจจุบันภาวะสมองเสื่อมเป็นปัญหาที่พบได้มากขึ้น เนื่องจากประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น โดยอุบัติการณ์ของภาวะสมองเสื่อมเพิ่มสูงขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้นด้วย มีการคาดการณ์ว่าในอีก 20ปีข้างหน้า ภาวะสมองเสื่อมจะเกิดกับคนไทยมากขึ้นเป็นจำนวนมากถึงหลักล้านคน และจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย นอกจากนี้ผู้ป่วยสมองเสื่อม 1 คนต้องใช้ผู้ดูแลอย่างน้อยถึง 2 คนจึงนำไปสู่ปัญหาค่าใช้จ่ายตามมา ดังนั้นจึงมีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ดูแลและครอบครัวของผู้ป่วย ทั้งทางกาย ทางใจ รวมไปถึงสังคมและเศรษฐกิจด้วย ฉะนั้นการดูแลสมองของเราแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดสิ่งหนึ่ง เพราะ จะได้ไม่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในบั้นปลาย และไม่เป็นภาระของผู้อื่นนั้นเอง

        สมองเสื่อม (Dementia)  เป็นภาวะที่มีการทำงานของสมองเสื่อมลง ทำให้สูญเสียความจำ การเรียนรู้ การใช้ภาษา กระบวนการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ บกพร่อง จนมีผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน

สาเหตุหลักๆ ของการเกิดภาวะสมองเสื่อม มี 2 สาเหตุ

  1. โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) เกิดจากอนุมูลอิสระทำลายเซลล์สมอง ส่งผลให้เกิดการสะสมของโปรตีนจับกันเป็นก้อนในเนื้อสมอง ที่เรียกว่า Plaques ทำให้เซลล์สมองไม่สามารถรับส่งกระแสประสาทได้ ดีดังเดิม จึงเกิดปัญหาเรื่องการเรียนรู้ การจำ การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ สูญเสียไป เซลล์สมองเสื่อมในที่สุด
  2. ความผิดปกติของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองไม่พอ (Vascular Dementia) เช่นโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดตีบ ส่งผลให้ไม่สามารถนำอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ ทำให้เซลล์สมองขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง ส่งผลให้เซลล์สมองเสื่อมลงและตายในที่สุด อันเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะสมองเสื่อม

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อม

  • อายุเพิ่มมากขึ้น พบว่ามีอัตราเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้น 20%
  • เป็นโรคหลอดเลือดสมอง เช่น เคยเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาต
  • มีภาวะไขมันในเลือดสูง  ซึ่งนำสู่ไปการเกิดโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย
  • เป็นโรคความดันโลหิตสูง
  • เป็นโรคเบาหวาน  
  • ผู้ที่มีอาการของโรคซึมเศร้า  
  • การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • น้ำหนักตัวเกิน โดยมีค่าดัชนีมวลกาย  มากกว่า 25%
  • มีญาติsinvผู้ใกล้ชิดเป็นภาวะสมองเสื่อม ซึ่งพบว่ามีอัตราเสี่ยงสูงถึง 10%

สารอาหารที่บำรุงสมอง

        1.  สารสกัดจากใบแปะก๊วย ช่วยป้องกันและรักษาภาวะสมองเสื่อม สารสกัดจากใบแปะก๊วย เป็นพืชสมุนไพรที่มีการใช้กันมานาน มีผลการศึกษาวิจัยมากมายที่กล่าวถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของสารสกัดจากใบแปะก๊วยโดยเฉพาะเรื่องป้องกันและรักษาภาวะสมองเสื่อม

        สารสกัดจากใบแปะก๊วย มีสารสำคัญ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มฟลาโวนไกลโคไซด์ (Flavone Glycoside) และกลุ่มเทอร์ปีน แลคโตน (Terpene Lactone) ซึ่งคุณสมบัติของสารทั้ง 2 กลุ่ม ล้วนมีประโยนช์กับสมองเป็นอย่างยิ่ง

  • กลุ่มฟลาโวนไกลโคไซค์ (Flavone Glycoside) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)  ช่วยปกป้องเซลล์สมองจากอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมได้
  • กลุ่มเทอร์ปีนแลคโตน (Terpene Lactone) ประกอบด้วย จิงโกไลด์ (Ginkgolide) และ บิโลบาไลด์ (Bilobalide) ซึ่งมีคุณสมบัติ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด  ส่งผลให้นำพาออกซิเจนและอาหารไปเลี้ยงสมองและส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น  ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น  และยังสามารถต่อต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด จึงช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดภาวะสมองเสื่อม

        ประสิทธิภาพของสารสกัดใบแปะก๊วยที่มีต่อสมอง

  • บรรเทาอาการและชะลอความเสื่อมของสมองได้
  • เพิ่มความจำ ความคิดและการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ฟื้นฟูความทรงจำและการเรียนรู้ในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์และผู้ป่วยสมองเสื่อมได้
  • ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด

        จากการวิจัย ทดลองให้ผู้หญิงอาสาสมัครสุขภาพดี รับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วย พบว่า ช่วยเพิ่มความ สามารถในการจดจำระยะสั้นได้อย่างมีนัยยะสำคัญ สรุปได้ว่า สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย  สามารถเพิ่มการจดจำ การคิด และการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี

        คุณค่าของสารสกัดจากใบแปะก๊วยด้านอื่นๆ

  • รักษาอาการหูอื้อ วิงเวียน การไหลเวียนของเลือดบริเวณหูชั้นในที่ผิดปกติ เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการหูอื้อ และวิงเวียนศรีษะ จากหลายการวิจัย พบว่าแปะก๊วยช่วยรักษาอาการหูอื้อ และวิงเวียนศรีษะได้
  • บรรเทาอาการของโรคหลอดเลือดอุดตัน แปะก๊วยช่วยบรรเทาอาการปวดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดส่วนปลายแขน ขาอุดตันได้อย่างมีนัยสำคัญ การวิจัยในผู้ป่วยหลอดเลือดดำอักเสบที่ขา โดยให้รับประทานสารสกัดจากใบแปะก๊วย พบว่าสามารถเดินได้ไกลกว่าผู้ป่วยที่ไม่รับประทาน

        2.  DHA ช่วยฟื้นฟู ป้องกันสมองเสื่อม จากการศึกษาพบว่า 40% ของกรดไขมันในสมอง คือ DHA (Docosahexaenoic Acid)  ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นชนิดหนึ่งจึงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสมอง ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้พัฒนาการของสมอง ฟื้นฟู เซลล์สมองและป้องกันความเสื่อมของสมองได้มีผลวิจัยทางการแพทย์จากมหาวิทยลัย UCLA ของอเมริกา พบว่า น้ำมันปลา ที่มี DHA เป็นส่วนประกอบ จะช่วยเพิ่มสารที่เป็นตัวช่วยลดการเกิดการสร้าง plaques (พังผืด) ในสมอง ซึ่งเป็นตัวการที่ทำลายใยประสาทส่วนความจำ  ทำให้ความจำเสื่อมได้ง่าย มีพฤติกรรมที่เปลี่ยน หลงๆ ลืม ๆ อันเป็นอาการหนึ่งของภาวะสมองเสื่อมได้นอกจากนี้จากการศึกษาพบว่า คนสูงอายุที่เป็นโรคอัลไซเมอร์กว่า 1000 คน มีระดับ DHA ที่ลดต่ำลงเช่นกัน ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DHA คลิก

        3.  Lecithin  สารอาหารเพิ่มประสิทธิภาพความจำ

        เลซิติน (Lecithin) เป็นสารที่มีความจำเป็นต่อเซลล์ทุกชนิดในร่างกาย โดยเฉพาะเป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อหุ้มสมองและเซลล์ประสาท จึงจัดได้ว่า เลซิตินเป็นสารที่มีความสำคัญต่อสมองอย่างยิ่ง สารสำคัญที่พบในเลซิติน คือ ฟอสฟาติดิลโคลีน (Phosphatidylcholine) ซึ่งเป็นสารที่ให้โคลีน อันเป็นสารตั้งต้นในการสร้างสารสื่อประสาท ( Neurotransmitters) ที่เรียกว่า อะเซติลโคลีน (Acetlycholine) ชึ่งจะช่วยในการส่งข้อมูลต่างๆ ระหว่างเซลล์ประสาท และสมอง สำหรับการสั่งงานไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และยังช่วยให้สมองมีการทำงานได้อย่างสมบูรณ์ขึ้น เลซิตินจึงมีบทบาทในการพัฒนาการด้านการเรียนรู้ และความจำจากการศึกษาวิจัยในผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม พบว่าผู้ป่วยโรคนี้จะมีปริมาณของสารอะเซติลโคลีนลดลง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาในผู้ป่วยโรคความจำเสื่อม (Alzheimer’s Disease) ในระยะเริ่มแรก พบว่าการให้โคลีนเป็นระยะเวลา 6 เดือนจะช่วยให้ความจำดีขึ้นสารอาหารที่กล่าวมาข้างต้นล้วนแต่เป็นกลุ่มของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการดูแลสมองทั้งสิ้น ดังนั้นจึงสามารถใช้เป็นตัวเลือกในการดูแลและป้องกันสมองได้เป็นอย่างดี 

สารอาหารที่บำรุงสมองเหมาะสมกับใครบ้าง

  • วัยทำงาน ผู้บริหาร อายุ 35 ปีขึ้นไป
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคระบบหลอดเลือด สมอง และไขมัน เป็นต้น

เทคนิคการดูแลสมองง่ายๆ สำหรับผู้สูงอายุ

  • รักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ หากความดันโลหิตต่ำมากเกินไป อาจมีผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
  • ควบคุมน้ำหนักตัว ลดอาหารที่มีไขมันสูง กินอาหารที่มีกากใย เนื่องจากไขมันอาจมีผลให้เกิดหลอดเลือดอุดตันได้
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และสามารถควบคุมน้ำหนักตัวได้
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ เหล่านี้มีผลให้เซลล์ต่างๆของร่างกายเสื่อมได้ง่าย
  • ผ่อนคลายความเครียด สงบจิตใจ ทำอารมณ์ให้แจ่มใส เช่นการฝึกสมาธิ ศึกษาธรรม เลือกทำในสิ่งที่ตนเองชอบ
  • ฝึกความจำ เช่น ฝึกจำหมายเลขโทรศัพท์

เทคนิคการดูแลสมอง สำหรับวัยทำงาน

  • หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ฝึกหายใจให้ถูกวิธีโดยหายใจเข้า- ออก ช้า ๆ ลึก ๆ จะช่วยพัฒนาสมองได้  ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินเพื่อยืดเส้นยืดสาย
  • รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ เพื่อร่างกายจะได้มีพลังงานในการทำงาน เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง รับประทานผัก ผลไม้เป็นประจำ
  • ดื่มน้ำสะอาดให้มาก เนื่องจากสมองประกบด้วยน้ำ 85% และควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่
  • หาวิธีพักผ่อนหลังจากการทำงาน เพราะจะช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ เช่น ท่องที่ยว ฟังเพลง นั่งสมาธิ หรือแม้แต่การเข้านอนเร็วก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน
  • คิดในเรื่องที่ดี ๆ และ หมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา เพื่อเป็นการพัฒนาสมองที่ดี เช่น หัดเขียนหนังสือด้วยมือที่ไม่ถนัด คิดคำนวณแทนเครื่องคิดเลข เล่นเกมส์ลับสมอง ปริศนาอักษรไขว้

        เพียงแค่เท่านี้ทุกคนก็จะสามารถห่างไกลจากโรคสมองเสื่อมกันได้แล้ว  ที่สำคัญที่สุด ต้องอย่าลืมหมั่นออกกำลังกายด้วยเพราะ ต่อให้เรารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นประจำมากแค่ไหน แต่ไม่ได้ออกกำลังกายก็จะได้ผลต่อร่างกายไม่เต็ม 100%  และยังเสี่ยงต่อโรคอื่น ๆ อีกอยู่ดี  

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารอาหาร คลิกที่นี่

แชร์เลย!

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง


การดูแลสุขภาพสมอง

สมอง เป็นอวัยวะที่เปรียบเสมือนกับหน่วยประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ คอยออกคำสั่งเพื่อควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการมองการได้ยิน การรับกลิ่น การรับรส และการเคลื่อนไหวของร่างกาย รวมไปถึงการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก


การดูแลสุขภาพ เสริมพัฒนาการของสมองด้วย DHA

DHA จุดเริ่มต้นเพื่อเสริมพัฒนาการและบำรุงสมอง สายตา สำหรับทุกวัย เพราะการทำงานต่างๆ ของร่างกาย ล้วนเกิดจากสมอง สมองจึงเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย ที่จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงคุณภาพและความฉลาด


ตัวช่วยเสริมสร้างความจำ และป้องกันสมองเสื่อมก่อนวัย

สมองและระบบประสาท เป็นอวัยวะที่มีโครงสร้างซับซ้อน ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายในแทบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว ระบบประสาทสัมผัสต่างๆ เช่น การได้ยิน การมองเห็น การรับรู้กลิ่นและรส เป็นต้น