เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ

ใช้สมองทำงานอย่างชาญฉลาด

ใช้สมองทำงานอย่างชาญฉลาด

        สมอง เป็นส่วนที่สำคัญมากๆ สำหรับทุกคน จัดได้ว่าเป็นศูนย์กลางใหญ่ของระบบประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมและปรับสภาพการทำงานของระบบประสาท อีกทั้งยังมีบทบาทในการคิด ฝึกหัด กลั่นกรองข้อมูลข่าวสารต่างๆ โดยสมองแบ่งเป็น 2 ซีกโดยสมองซีกซ้าย จะทำหน้าที่ควบคุมการพูด อ่าน เขียน ความเข้าใจภาษา ความสามารถทางคณิตศาสตร์ การมีเหตุผลและการแก้ปัญหา ส่วนสมองซีกขวาจะควบคุมการจดจำเกี่ยวกับความสามารถด้านดนตรี ศิลปะ การแสดงออกทางอารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์

        การที่คนเราจะทำอะไรสำเร็จได้นั้น ส่วนใหญ่มาจากการใช้สมอง ช่วยในการตัดสินใจ ช่วยในการทำงานทุกๆอย่างของเรา หากสมองดี ย่อมสามารถทำงานได้ดีด้วย หากขาดการใช้งานบ่อยๆ เซลล์ต่างๆในสมองที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความสามารถ ประสิทธิภาพด้านต่างๆ ก็จะดูไม่มีประโยชน์เอาเสียเลย ซึ่งส่วนใหญ่มักเน้นการพัฒนาสมองเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ทำให้ขาดความสมดุลทางสติปัญญา ดังนั้นการได้ใช้สมองทั้ง 2 ซีกอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีการหนึ่งที่จัดได้ว่ามีการใช้สมองอย่างคุ้มค่า

        วันนี้จะมาบอกเล่าถึงวิธีการพัฒนาสมองที่ดีและเทคนิคการฝึกสมอง เพื่อที่จะได้ใช้สมองได้อย่างชาญฉลาดกันค่ะโดยวิธีการพัฒนาสมองนั้นทำได้ไม่ยาก เริ่มต้นจากกิจกรรมรอบตัวเรานั่นเอง อาทิ

  • ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ : ให้ใจจดจ่ออยู่กับโบราณวัตถุหรือสิ่งที่จัดแสดงอยู่ วิธีนี้จะเป็นการฝึกทางด้านความจำของสมอง ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การจดจำ และการคิด วิธีนี้นอกจากจะช่วยพัฒนาสมองแล้วยังช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์สมองด้วย
  • เล่นลูกบอล : การขว้างและรับลูกบอลจาก 1 ลูกเพิ่มเป็น 2 ลูก จะทำให้สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวและการรับสิ่งของได้ดีขึ้น ช่วยสมองให้พัฒนาในด้านการมองเห็น ระบบประสาท และการทำงานประสานกันระหว่างมือและสายตา
  • ลดเสียงโทรทัศน์ลง : การฟังอย่างตั้งใจ จะช่วยฝึกสมองในเรื่องการจับใจความสำคัญของสิ่งที่เราได้ยินได้ฟังได้อย่างรวดเร็วขึ้นนั่นเอง
  • ฝึกใช้มือข้างที่ไม่ถนัด : เริ่มด้วยการแปรงฟัน และเริ่มกิจกรรมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น การใช้ช้อนตักข้าว เป็นต้น การฝึกกิจกรรมเหล่านี้บ่อยๆ จะช่วยให้เซลล์ประสาทต่างๆได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
  • หัดเล่นเครื่องเล่นใหม่ๆ การฟัง การควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างมีสติ การแปลความโน๊ตดนตรีต่างๆ ช่วยทำให้การทำงานของสมองหลายด้านได้สัมพันธ์กัน
  • จดจำเนื้อเพลง : เลือกเพลงที่ชอบและดูเนื้อเพลงไปด้วย รอบแรกฟังโดยไม่จำเนื้อเพลง รอบสองเขียนเนื้อเพลงและร้องตามไปด้วย การฟังอย่างตั้งอกตั้งใจจะช่วยเพิ่มศักยภาพในด้านความเข้าใจ ความคิดและความจดจำให้ดีขึ้น
  • ฝึกโฟกัสสายตา : ลองนั่งจ้องตรงไปข้างหน้าโดยไม่กลอกตา มุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่เราเห็น มองทุกสิ่งรอบๆ อาจจดก็ได้ว่าเห็นอะไรบ้าง วิธีนี้จะช่วยสมองในเรื่องความจำและโฟกัสของสายตาให้ดีขึ้น
  • ทำกิจกรรมเงียบๆคนเดียว : หากิจกรรมที่ดีต่อสมองมานั่งทำ เช่น การเล่นเกมปริศนาอักษรไขว้ การถักนิตติ้ง เป็นต้น การจดจ่ออยู่กับกิจกรรมจะช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของสมองให้ดีขึ้น
  • การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสมอง ได้แก่ ทานอาหารครบ 5หมู่ ผักผลไม้และน้ำดื่มสะอาด นอกจานี้ยังมีกลุ่มสารอาหารจากธรรมชาติอื่นๆอีกเช่น น้ำมันปลา วิตามินบี เลซิติน สารสกัดจากใบแปะก๊วย โสม เป็นต้น

DHA จากน้ำมันปลา ช่วยป้องกันสมองเสื่อม

        มีผลวิจัยทางการแพทย์จากมหาวิทยลัย UCLA ของอเมริกา พบว่า น้ำมันปลาที่มี DHA เป็นส่วนประกอบ จะช่วยเพิ่มสารที่เป็นตัวช่วยลดการเกิดการสร้าง plaques (เส้นใย) ในสมอง ซึ่งเป็นตัวการที่ทำลายใยประสาทส่วนความจำ ทำให้ความจำเสื่อมได้ง่าย มีพฤติกรรมที่เปลี่ยน หลงลืมอันเป็นอาการหนึ่งของภาวะสมองเสื่อมได้

สารสกัดจากใบแปะก๊วย สมุนไพรที่มีประสิทธิภาพต่อสมอง

        พบว่าสารสำคัญจากใบแปะก๊วย จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือดและเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้ดีและนำพาสารอาหาร ออกซิเจน ไปเลี้ยงสมองได้ดียิ่งขึ้น ช่วยบรรเทาอาการและชะลอความเสื่อมของสมองได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความจำ ความคิดและการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลซิติน

        ซึ่งพบมากในไข่แดง ถั่วเหลือง ให้สารสำคัญคือ ฟอสฟาติดิลโคลีน (Phosphatidylcholine) ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างสารสื่อประสาทอะซิทิลโคลีน (Acetylcholine) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจำนั่นเอง

        ยังมีอีกเทคนิคหนึ่งที่อยากจะฝากให้ คือเทคนิคที่เรียกว่า “แผนที่สมอง” หรือ “Mind Map” ที่จะช่วยกระตุ้นให้คนเราได้ใช้ศักยภาพทางสมองของตนได้อย่างเต็มที่ โดยโทนี่ บูซาน ผู้คิดค้นMind Map ซึ่งเป็นกูรูเรื่องการพัฒนาสมองได้กล่าวไว้ว่าในทางวิทยาศาสตร์ การทำอะไรซ้ำๆจะช่วยสร้างแบบแผนใหม่ในสมองของมนุษย์ ดังนั้น หากได้รับการฝึกฝนการจัดระบบความคิดบ่อยๆ ผ่านการทำ “แผนที่ความคิด” ในที่สุด คุณก็จะกลายเป็นผู้ที่สามารถสร้างความคิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน สร้างสรรค์ และเป็นเหตุเป็นผล แผนที่ความคิดเป็นการฝึกใช้สมองทั้ง 2 ด้านในเวลาเดียวกัน โดยด้านซ้ายจะได้รับการฝึกฝนในเรื่องของตรรกะผ่านข้อมูลต่างๆ ส่วนด้านขวาจะฝึกฝนผ่านการวาดภาพหรือเส้นที่เชื่อมโยงความคิด วิธีเช่นนี้นอกจากจะเป็นการบริหารสมองในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังช่วยในการจดจำเรื่องราวต่างๆได้แม่นยำยิ่งขึ้นด้วย เริ่มต้นจากการเขียนหรือวาดภาพหัวข้อหลักที่ต้องการจะพูดถึง ไว้ตรงจุดกลางกระดาษต่อจากนั้นให้ลากเส้นด้วยดินสอสีออกจากจุดกึ่งกลางนี้ และเขียนแนวคิดรองของเรื่องไว้เหนือเส้น หากมีหลายความคิด ก็ให้ลากเส้นออกมาเท่าจำนวนที่ต้องการ จากแนวคิดรองก็ให้ต่อความคิดของคุณต่อไปเรื่อยๆ ใช้ดินสอสีอีกสีหนึ่งลากเส้นต่อออกมาจากแนวคิดรองแต่ละเรื่อง จะแตกแขนงย่อยออกไปเหมือนกับกิ่งก้านสาขาของต้นไม้

        ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเทคนิคเล็กๆน้อยที่นำมาฝาก หากเราได้หมั่นฝึกสมองเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอแล้วละก็ จะช่วยให้เรามีการใช้สมองทำงานได้อย่งวาญฉลาดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง

แชร์เลย!

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง


การดูแลสุขภาพสมอง

สมอง เป็นอวัยวะที่เปรียบเสมือนกับหน่วยประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ คอยออกคำสั่งเพื่อควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการมองการได้ยิน การรับกลิ่น การรับรส และการเคลื่อนไหวของร่างกาย รวมไปถึงการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก


การดูแลสุขภาพ เสริมพัฒนาการของสมองด้วย DHA

DHA จุดเริ่มต้นเพื่อเสริมพัฒนาการและบำรุงสมอง สายตา สำหรับทุกวัย เพราะการทำงานต่างๆ ของร่างกาย ล้วนเกิดจากสมอง สมองจึงเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย ที่จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงคุณภาพและความฉลาด


ตัวช่วยเสริมสร้างความจำ และป้องกันสมองเสื่อมก่อนวัย

สมองและระบบประสาท เป็นอวัยวะที่มีโครงสร้างซับซ้อน ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายในแทบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว ระบบประสาทสัมผัสต่างๆ เช่น การได้ยิน การมองเห็น การรับรู้กลิ่นและรส เป็นต้น