เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ

น้ำมันปลาต่างกับน้ำมันตับปลาอย่างไร

น้ำมันปลาต่างกับน้ำมันตับปลาอย่างไร

        จากความใกล้เคียงกันของชื่อ ทำให้มีผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดกันอย่างมาก คิดว่าน้ำมันปลา และน้ำมันตับปลา คือ สารอาหารชนิดเดียวกัน แม้ว่าทั้งน้ำมันปลา และน้ำมันตับปลาจะเป็นสารอาหารที่ได้จากปลา แต่ก็มีความแตกต่างกันในเรื่องของสารอาหารที่เป็นส่วนประกอบ และความปลอดภัยในการรับประทาน

ตารางด้านล่างนี้จะแสดงข้อมูลเปรียบเทียบคุณสมบัติของน้ำมันปลา และน้ำมันตับปลาในด้านต่างๆ

ความแตกต่าง

1. แหล่งที่มา 

  • น้ำมันปลา(Fish oil)

                ไขมันปลา

  • น้ำมันตับปลา(Cod liver oil)

                ตับปลา

2. สารอาหารที่ได้รับ

  • น้ำมันปลา(Fish oil)

                กรดไขมันโอเมก้า-3 คือ EPA, DHA

  • น้ำมันตับปลา(Cod liver oil)

                วิตามินA และ วิตามิน D

3.ประโยชน์

  • น้ำมันปลา(Fish oil)

                ลดไตรกลีเซอไรด์ 

                ป้องกันภาวะสมองและหัวใจขาดเลือด

                บำรุงสมอง และสายตา

                ลดอาการข้อเสื่อมและข้อรูมาตอยด์

  • น้ำมันตับปลา(Cod liver oil)

                ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของกระดูกทำให้การสร้างกระดูกเป็นไปอย่างปกติ และนิยมใช้ในเด็ก 

4.ความปลอดภัย

  • น้ำมันปลา(Fish oil)

                มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากไม่มีองค์ประกอบของวิตามินที่ละลายในไขมันจึงไม่มีผลต่อการทำงานของตับ

  • น้ำมันตับปลา(Cod liver oil)

                การได้รับวิตามิน A, D ในปริมาณที่มากเกินความเหมาะสม จะทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ตับ และระบบประสาททำงานผิดปกติ จึงไม่ควรซื้อน้ำมันตับปลาให้เด็กทานเป็นประจำ นอกจากแพทย์สั่งเพราะยาจะสะสมในร่างกายจนทำให้เกิดอันตรายได้

5.สารปนเปื้อน

  • น้ำมันปลา(Fish oil)

                สารปนเปื้อนมักจะสะสมในบริเวณเนื้อปลา แต่การสกัดน้ำมันปลา ด้วยมาตรฐานการผลิตที่ดีได้รับการรับรองจากสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น การผลิตด้วยมาตาฐานยา จะช่วยลดโอกาสการปนเปื้อนของโลหะหนักได้

  • น้ำมันตับปลา(Cod liver oil)

                ตับเป็นอวัยวะที่คอยกำจัดสารพิษ ดังนั้นน้ำมันที่ได้จากตับ จึงมีความเสี่ยงที่จะพบสารปนเปื้อนพวกโลหะหนักต่างๆ สูง

6.บุคคลที่แนะนำให้รับประทาน

  • น้ำมันปลา(Fish oil)

                เด็ก วัยทำงาน ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ และหญิงให้นมบุตร

  • น้ำมันตับปลา(Cod liver oil)

                เหมาะสำหรับคนทั่วไป ไม่แนะนำในหญิงตั้งครรภ์ เพราะวิตามิน A ปริมาณสูงอาจอาจทำให้เกิดความผิดปกติของเด็กในครรภ์

 

        ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารเพื่อให้ได้กรดไขมันโอเมก้า-3 (EPA+DHA) ที่มีความปลอดภัย และให้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพนนั้น ควรรับประทานจากน้ำมันปลาที่ผลิตภายใต้มาตรฐานการผลิตยา เริ่มตั้งแต่การคัดสรรแหล่งวัตถุดิบที่ปราศจากมลภาวะปนเปื้อน และมีกระบวนการผลิตผ่านมาตรฐานยุโรปและออสเตรเลีย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์น้ำมันปลาที่รับประทานจะให้กรดไขมันโอเมก้า-3 ปริมาณสูง และปราศจากสารปนเปื้อน การแต่งสี แต่งกลิ่น เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว

แชร์เลย!

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง


น้ำมันปลา มีประโยชน์มากกว่าที่คุณเคยรู้

บางคนอาจรู้อยู่แล้วว่าน้ำมันปลามีส่วนช่วยบรรเทาอาการอักเสบ และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น แต่จริงๆ แล้วน้ำมันปลามีประโยชน์มากกว่าที่คุณเคยรู้ วันนี้ เมก้า วีแคร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มุ่งมั่นสนับสนุนให้คนไทย