เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ

กองทุนกระดูก ลงทุนวันนี้ รับผลตอบแทนคืนเป็นคุณภาพชีวิตที่ดีในวันหน้า

กองทุนกระดูก ลงทุนวันนี้ รับผลตอบแทนคืนเป็นคุณภาพชีวิตที่ดีในวันหน้า

         สมัยนี้ หันซ้ายหันขวา ใครๆ ก็เล่นหุ้น นำเงินเก็บมาลงทุนสร้างผลกำไรให้งอกเงย  แต่ช้าก่อนน่ะ เพราะการลงทุนไม่ได้มีเพียงเฉพาะการลงทุนทางการเงิน แต่เราทุกคนสามารถที่จะเลือกลงทุนกับสุขภาพได้อีกด้วย ซึ่งก็สามารถให้ผลตอบแทบกลับมาเป็นมูลค่าทางการเงินเช่นกัน แต่เป็นมูลค่าเงินที่ไม่ต้องจ่ายเพื่อรักษาโรคที่เกิดขึ้น และยิ่งไปกว่านั้น การลงทุนสุขภาพยังให้ผลตอบแทนในรูปแบบที่หาไม่ได้จากการลงทุนทางการเงิน นั่นคือ การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของตัวผู้ลงทุนเอง วันนี้ผมจะมาแนะนำถึงการลงทุนสุขภาพด้านหนึ่งที่คนไทยมักจะลืม และไม่ให้ความสำคัญ นั่นคือ การลงทุนในเรื่องของการบำรุงกระดูก

        กระดูก มีหน้าที่หลักในการค้ำจุนโครงสร้างของร่างกาย และมีความสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายด้วย แต่ในวัยที่เพิ่มมากขึ้น จะมีอัตราการทำลายกระดูกเก่ามากกว่าการสร้างกระดูกใหม่ เราจึงพบว่า ผู้ที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น มักมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูก ไม่ว่าจะเป็นปัญหากระดูกบาง กระดูกเปราะ และแตกหักง่าย หรือที่เราเรียกว่า “โรคกระดูกพรุน” นั่นเอง จากการสำรวจของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย พบว่า ปี 2552 มีประชากรไทยที่อายุมากกว่า 50 ปี มากถึง 15 ล้านคนที่เป็นโรคกระดูกพรุน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงพอสมควร

        ความน่ากลัวของโรคกระดูกพรุน กระดูกมีความบาง และพรุนตามอายุ ในระยะนี้คนไข้จะมีปัญหาในเรื่องการรับน้ำหนักตัวของกระดูกสันหลัง ส่งผลให้กระดูกสันหลังค่อม กระดูกขาโก่ง ความสูงค่อยๆ ลดลง หัวไหล่งุ้มกว่าปกติ และเกิดการสะสมไขมันบริเวณพุง และเอวได้ง่าย ปัญหาในระยะนี้จะส่งผลต่อบุคคลิกภาพของตัวคนไข้ และในระยะยาว เมื่อคนไข้เป็นโรคกระดูกพรุนเต็มตัวแล้ว คนไข้จะเสี่ยงที่กระดูกแตกหักได้ง่าย เมื่อมีการกระแทก หรือลื่นล้ม โดยกระดูกที่มักมีการแตกหักคือ กระดูกบริเวณสะโพก จากการศึกษาพบว่า 20% ของคนไข้ที่กระดูกสะโพกแตกหัก จะเสียชีวิตในหนึ่งปีแรก เนื่องจากเกิดปัญหาโรคแทรกซ้อนในช่วงเวลาที่ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ และอีก 50% ของคนไข้ ไม่สามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีดังเดิม นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการรักษาคนไข้ที่กระดูกสะโพกแตกหักยังสูงถึงรายละ 120,000 บาท นับว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง และไม่คุ้มค่าต่อการจ่ายเลย ดังนั้นเราทุกคนจึงควรใส่ใจ และให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคกระดูกพรุน ด้วยการลงทุนกับการเสริมสร้างมวลกระดูกตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนในวัยชรา การลงทุนกับการเสริมสร้างมวลกระดูกนั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา และหวังผลตอบแทนในระยะยาว เปรียบเสมือนการลงทุนในกองทุนที่ไม่สามารถคาดหวังผลตอบแทนอันคุ้มค่าในระยะเวลาอันสั้นได้ แต่หากผู้ลงทุนมีการวางแผนที่ดี การเสริมสร้างมวลกระดูกตั้งแต่อายุยังน้อยก็จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเป็นการป้องกันโรคกระดูกพรุน และป้องกันปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่เกิดภายหลังการแตกหักของกระดูกสะโพกได้ มาถึงจุดนี้แล้ว ผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายคนคงมีความสนใจที่อยากจะลงทุนกับกองทุนกระดูกกันแล้ว วันนี้ผมมีคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนกระดูกดังนี้

การวางแผนการลงทุนกับกองทุนกระดูกให้ประสบความสำเร็จ ผู้ลงทุนจำเป็นต้องมีการวางแผนในการลงทุนที่ดี และมีวินัยในการติดตามกองทุน

  1. เลือกลงทุนกับการรับประทานอาหารที่มีวิตามินดี 3 ปริมาณสูง ผู้อ่านหลายๆ คนคงกำลังค้านผมอยู่ในใจอย่างแน่นอนว่า ทำไมคนไทยต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินดี 3 ปริมาณสูงด้วย ในเมื่อเราอยู่ในประเทศที่มีแสงแดดมากพอ แต่จากการศึกษาของโรงพยาบาลรามาธิบดี ชี้ให้เห็นว่า คนไทยเสี่ยงที่จะขาดวิตามินดีได้ เนื่องจากการหลีกเลี่ยงการได้รับแสงแดดโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการหลบแดดในที่ร่ม การทาครีมกันแดด การใช้ชีวิตอยู่ในอาคารตลอดทั้งวัน สิ่งเหล่านี้ทำให้ร่างกายไม่ได้รับรังสี UVB ในแสงแดด ซึ่งเป็นเหตุให้ร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินดีได้เพียงพอ ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่ให้ได้วิตามินดี 3 ปริมาณ 1,000 IU ต่อวัน จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพจากการขาดวิตามินดี ยิ่งไปกว่านั้นการรับประทานวิตามินดี 3 ปริมาณสูง 1,000 IU จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่มัดกล้ามเนื้อ ลดโอกาสการลื่นล้มในผู้สูงอายุได้สูงถึง 22% ลดการแตกหักของกระดูกสะโพกได้ 30% และลดการแตกหักของกระดูกบริเวณอื่นๆ ได้ 14%
  2. เลือกลงทุนกับการรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุแคลเซียมสูง โดยปกติเราทุกคนจำเป็นต้องได้รับแร่ธาตุแคลเซียมวันละ 800 -1,200 มก. ต่อวัน แต่ในชีวิตจริง คนเรามักได้รับแคลเซียมจากมื้ออาหารเพียง 300 มก. ซึ่งทำให้ร่างกายขาดแคลเซียม และเป็นเหตุให้เกิดโรคกระดูกพรุนในระยะยาว การรับประทานแคลเซียมเสริมจึงเป็นวิธีที่แพทย์แนะนำให้ผู้ที่ต้องการบำรุงกระดูกรับประทานแคลเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อมั่นใจได้ว่า ร่างกายจะได้รับแร่ธาตุแคลเซียมอย่างเพียงพอในทุกๆ วัน
  3. เลือกที่จะลงทุนกับการออกกำลัง การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้างมัดกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรง และช่วยส่งเสริมให้ร่างกายสามารถนำแคลเซียมเข้าไปสะสมที่กระดูกได้อย่างเต็มที่ด้วยเทคนิคง่ายๆ 3 ข้อนี้ คุณผู้อ่านทุกท่านก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จจากการลงทุนในการดูแลกระดูกได้ และรับรองว่า ผลตอบแทนในรูปแบบของการป้องกันโรคกระดูกพรุน และการมีคุณภาพชีวิตในวัยชรา จะเป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการลงทุนกับกองทุนกระดูกอย่างแน่นอน

แชร์เลย!

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง


เราจะดูแลเธอตราบเท่าที่คนๆนี้จะทำได้ (กระดูก)

เรารู้กันอยู่แล้วว่า กระดูกเป็นโครงสร้างหลักของร่างกายที่มีความสำคัญมากที่สุดส่วนหนึ่ง เพราะกระดูกนั้นมีความสำคัญต่อการค้ำจุนอวัยวะต่างๆ รวมไปถึงท่าทางการยืน การเดินและการทรงตัว


การดูแลและรักษากระดูก

กระดูกเป็นอวัยวะที่ประกอบด้วยเนื้อเยื่อกระดูกที่มีความแข็งแรง แต่มีน้ำหนักเบา การเจริญพัฒนาของเนื้อเยื่อกระดูกในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทำให้กระดูกมีหลายรูปร่างลักษณะ เพื่อให้สอดคล้องกันกับการทำงานของกระดูกในแต่ละส่วน เช่น กะโหลกศีรษะที่มีลักษณะ


แคลเซียมกับการเกิดโรคกระดูกพรุน

วันหนึ่ง คนไทย ต้องได้รับแคลเซียม 800-1,500 มก.แต่ปัจจุบัน คนไทยได้รับแคลเซียมเฉลี่ยเพียง 361 มก.เท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอ หากร่างกายเราได้รับ แคลเซียมไม่เพียงพอ ร่างกายจะดึงแคลเซียมที่สะสมในกระดูกมาใช้ เมื่อเกิดขึ้นเป็นประจำ