เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ

เราจะดูแลเธอตราบเท่าที่คนๆนี้จะทำได้ (กระดูก)

เราจะดูแลเธอตราบเท่าที่คนๆนี้จะทำได้

        เรารู้กันอยู่แล้วว่า กระดูกเป็นโครงสร้างหลักของร่างกายที่มีความสำคัญมากที่สุดส่วนหนึ่ง เพราะกระดูกนั้นมีความสำคัญต่อการค้ำจุนอวัยวะต่างๆ รวมไปถึงท่าทางการยืน การเดินและการทรงตัว ครั้งนี้ ภก.ภาคภูมิ ตรีสิงหวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญจากเมก้า วีแคร์ ได้มาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน รวมถึงวิธีการดูแลกระดูกให้อยู่กับเราอย่างแข็งแรงไปได้อีกแสนนาน  โดยโครงสร้างกระดูกที่แข็งแรงเกิดจากการทำงานภายในกระดูกที่สมดุล คือมีทั้งการทำลายกระดูกเก่าและสร้างกระดูกใหม่ทดแทนอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่ออายุขึ้นเลข 3 กระบวนการสร้างกระดูกใหม่กลับลดลง ทำให้กระดูกบางมากขึ้น ความสามารถในการรับน้ำหนักตัวลดลง และเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนในระยะยาว

อันตรายจากโรคกระดูกพรุน ก็เหมือนกับนางร้ายในละคร ที่ทำเป็นเรียบร้อยเหมือนคนดีในตอนแรก แล้วแสดงความชั่วร้ายในตอนกลางเรื่องไปจนจบ พูดแบบนี้คงจะพอนึกภาพกันออก เพราะในช่วงแรกที่กระดูกเริ่มบางนั้นร่างกายจะไม่มีความผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้นเลย แต่หากละเลยไม่ดูแลกระดูก กระดูกจะมีความบางมากขึ้นจนเข้าขั้นที่เรียกว่า “โรคกระดูกพรุน” ซึ่งเกิดความผิดปกติต่อโครงสร้างของกระดูกสันหลัง ทำให้หลังโก่ง ไหล่งุ้มกว่าปกติ พุงยื่น มีอาการปวดหลัง และส่วนสูงลดลง ส่งผลทำให้การทำงานของอวัยภายในช่องท้อง และช่องอกลดลง เกิดปัญหาต่อระบบย่อยอาหาร และการหายใจติดขัด ที่สำคัญที่สุดคือ กระดูกเปราะแตกหักได้ง่าย ฟังดูอันตรายกว่าที่จินตนาการไว้มาก ส่วนกระดูกที่มักพบปัญหาการแตกหักคือ กระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง และกระดูกข้อมือ โดยผู้ป่วยที่กระดูกสะโพกแตกหัก พบว่ามีอัตราการเสียชีวิตใน 1 ปีแรกสูงถึง 20% เนื่องจากโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ และอีกกว่า 50% ของผู้ป่วยกลุ่มเดียวกัน ไม่สามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีเหมือนเดิม ทำให้ส่งผลเสียต่อทั้งด้านสุขภาพ และบุคคลิกภาพของตัวผู้ป่วยเอง ทุกคนจึงควรให้ความสำคัญ และใส่ใจต่อการดูแลกระดูกของตัวเอง และคนในครอบครัว

“ดูแลกระดูกก่อนจะสายเกินแก้” เราสามารถดูแลกระดูกของเราให้คงความแข็งแรงได้ด้วยเทคนิค 3 ข้อนี้

  • เสริมแคลเซียม :  แคลเซียมเป็นแร่ธาตุหลักของโครงสร้างกระดูก เราทุกคนจำเป็นต้องได้รับแร่ธาตุแคลเซียมวันละ 800 -1,200 มิลลิกรัม ต่อวัน แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมก็ เช่น นม โยเกิร์ต ถั่ว งา และผักใบเขียว ตามไปอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ คลิกเลย
  • เสริมวิตามินดี :  วิตามินดีเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อกระบวนการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย การขาดวิตามินดีจะทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมได้ นอกจากนี้วิตามินดียังช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่มัดกล้าม จากการศึกษาในผู้สูงอายุพบว่าผู้สูงอายุที่ได้รับวิตามินดีเสริมในปริมาณวันละ 1000 IU จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อขาแข็งแรง และลดโอกาสการล้มได้ถึง 22% และยังเสริมฤทธิ์กับแคลเซียมในเรื่องของการป้องกันโรคกระดูกพรุน
  • การวิ่ง : ช่วยสร้างมัดกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และส่งเสริมให้แคลเซียมเข้าไปสะสมที่กระดูกได้อย่างเต็มที่ ในผู้สูงอายุอาจเลือกการเดินอย่างต่อเนื่องวันละ 40- 60 นาที ทดแทนการวิ่ง ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มมวลกระดูกให้แข็งแรงได้

        เชื่อว่าหลายคนคงเอาไปปฏิบัติตามกันได้ง่ายๆ  เพราะเราอยากเห็นคนไทยกระดูกแข็งแรงกันทุกคน

แชร์เลย!

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง


สุขภาพดี เริ่มต้นที่กระดูกแข็งแรง

กระดูก เป็นอวัยวะที่มีชีวิต มีการผลัดเซลล์กระดูกเก่าและสร้างเซลล์ใหม่อยู่เสมอเพื่อคงความยืดหยุ่นที่ดีของกระดูก ทำให้กระดูกยังสามารถรับน้ำหนักตัว รับแรงกระแทก ไม่เปราะ และแตกหักง่าย


การดูแลและรักษากระดูก

กระดูกเป็นอวัยวะที่ประกอบด้วยเนื้อเยื่อกระดูกที่มีความแข็งแรง แต่มีน้ำหนักเบา การเจริญพัฒนาของเนื้อเยื่อกระดูกในรูปแบบที่แตกต่างกัน ทำให้กระดูกมีหลายรูปร่างลักษณะ เพื่อให้สอดคล้องกันกับการทำงานของกระดูกในแต่ละส่วน เช่น กะโหลกศีรษะที่มีลักษณะ


แคลเซียมกับการเกิดโรคกระดูกพรุน

วันหนึ่ง คนไทย ต้องได้รับแคลเซียม 800-1,500 มก.แต่ปัจจุบัน คนไทยได้รับแคลเซียมเฉลี่ยเพียง 361 มก.เท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอ หากร่างกายเราได้รับ แคลเซียมไม่เพียงพอ ร่างกายจะดึงแคลเซียมที่สะสมในกระดูกมาใช้ เมื่อเกิดขึ้นเป็นประจำ