เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ

ประโยชน์ของไบโอติน (Biotin) วิตามินที่มีดีมากกว่าช่วยบำรุงเส้นผม

                ปัญหาผมขาดหลุดร่วง เกิดจากการที่ร่างกายขาดวิตามินที่เรียกว่า ‘ไบโอติน’ เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับผู้ชายและผู้หญิง เมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้น เส้นผมก็หลุดร่วงมากขึ้นตามไปด้วย เป็นเหตุให้เกิดภาวะศีรษะล้านได้ แม้จะพบเห็นได้มากกับผู้ที่มีอายุมาก แต่ปัญหานี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กๆ หรือผู้ที่มีอายุน้อยได้เช่นกัน จากพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ที่อาจรู้ตัวและไม่รู้ตัว

 

ซึ่งพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ร่างกายขาดไบโอติน ส่งผลให้เส้นผมขาดหลุดร่วงนั้น อาจเกิดพฤติกรรมการใช้ความร้อนกับเส้นผม เช่น การสระผมด้วยน้ำร้อน การทำผมด้วยอุปกรณ์ความร้อนต่างๆ และอาจเกิดขึ้นได้จากสารเคมีในการทำสีผม การเกาหนังศีรษะ การรวบผมตึงจนแน่น หรือแม้แต่การสระผมบ่อยๆ ด้วย พฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้จึงส่งผลให้ผมแห้ง หยาบกระด้าง และขาดหลุดร่วง รวมไปถึงพฤติกรรมการทานอาหารต่างๆ ที่ไม่ครบถ้วน ส่งผลให้ร่างกายได้รับสารอาหารในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้ของร่างกาย

 

ไบโอตินจะพบมากใน ตับ ไต เนื้อวัว ปลาเนื้อขาว ข้าวกล้อง ข้าวโพด รำข้าวสาลี  จมูกข้าวสาลี ถั่วลิสง ดอกกะหล่ำ ข้าวโพด เนื้อไก่ ไข่ นม เนย โยเกิรต์ ยีสต์ ไข่แดงสุก เป็นต้น

 

ด้วยพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ที่ เราจึงต้องทานอาหารหรืออาหารเสริมเพื่อเติมวิตามินให้กับร่างกายและเส้นผมให้แข็งแรง นั่นก็คือ ไบโอติน (Biotin) หรือบางคนอาจจะรู้จักชื่อ วิตามินบี 7 (Vitamin B7) หรือ วิตามินเอช (Vitamin H) คือวิตามินที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้มีสุขภาพแข็งแรงและเงางามอย่างเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงช่วยรักษาสุขภาพผิวพรรณ และเล็บด้วย

 

 ประโยชน์ของไบโอติน

  1. ป้องกันและรักษาโรคเกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะล้าน

ไบโอติน จะช่วยลดอาการผมร่วงและอาการศีรษะล้านได้ เพราะมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ ซึ่งจะทำงานร่วมกับเอนไซม์ ทำหน้าที่ผลิตกรดอะมิโนที่มีความจำเป็นต่อการสังเคราะห์โปรตีนเคราติน (Keratin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเส้นผม ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพแข็งแรงและเงางามอย่างเป็นธรรมชาติ 

 

     2. ช่วยป้องกันผมหงอก

โดยธรรมชาติแล้ว ผมหงอก เกิดขึ้นจากการเสื่อมสภาพของเซลล์มิวเคอร์ (Mucor) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตสารสีดำในร่างกาย แต่ในกรณีที่ผมหงอกเกิดขึ้นกับคนที่อายุยังน้อย จะเกิดจากการมี เมลานิน (Melanin) ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เม็ดสีผมในร่างกายค่อยๆ ลดจำนวนลงไปทีละน้อยๆ จนเป็นเหตุทำให้ผมหงอกในที่สุด ซึ่งไบโอตินจะเข้ามาช่วยยับยั้งอาการผมหงอกได้

 

    3. มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ต่างๆของร่างกาย

ไบโอตินมีบทบาทเป็น โคเอ็นไซม์ชนิดหนึ่ง ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการสร้างเซลล์ใหม่ๆ ดังนั้นการขาดไบโอตินย่อมทำให้ขบวนการในการสร้างเซลล์ใหม่เกิดภาวะบกพร่องได้ ตัวอย่าง เช่น อวัยวะที่ต้องสร้างเซลล์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา คือ เซลล์ผิวพรรณ เส้นผม และเล็บ ซึ่งจะปรากฎภาวะความบกพร่องได้ง่ายและชัดเจนขึ้น  จึงอาจทำให้เกิดภาวะผมร่วง (Hair Loss) ภาวะผิวหนังอักเสบ (Dermatitis) ฯลฯ

                การทานไบโอตินที่ใช้ในการบำรุงเส้นผม และเล็บ ยังไม่พบผลข้างเคียงแต่อย่างใด เนื่องจากไบโอตินเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ดี จึงไม่เกิดการสะสมในร่างกาย ซึ่งการทานวิตามินไบโอติน วันละ 1,000-2,000 มคก. จะช่วยให้ลดการหลุดร่วงของเส้นผมได้ ทั้งยังรักษาภาวะผมหงอกก่อนวัย และมีผลช่วยให้เล็บมีความแข็งแรงมากขึ้น หากร่างกายได้รับวิตามิน 2,500 มคก./วัน

แชร์เลย!

ผลิตภัณท์ที่เกี่ยวข้อง

ผลิตภัณฑ์เมก้า วีแคร์

รีจีเนซ

รายละเอียดเพิ่มเติม