เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ

การดูแลและรักษาโรคเบาหวาน

การดูแลและรักษาโรคเบาหวาน 

       เบาหวาน เป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่ถือได้ว่าเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตมนุษย์ ปัจจุบันพบว่าเป็นโรคที่คนทั่วโลกเป็นกันมากขึ้นในช่วงอายุที่น้อยลง ถึงกับกำหนดให้มีวันเบาหวานโลกในวันที่ 14 พฤศจิกายน องค์การอนามัยโรคประมาณกันว่าทั่วโลกอาจมีจำนวนถึง 220 ล้านคน และเป็นสาเหตุที่ทำให้คนเราเสียชีวิตมากขึ้นถึง 2 เท่า ในช่วงปี คศ. 2005 - 2030 

       โรคเบาหวานที่เป็นในวัยผู้ใหญ่ ควรให้ความสำคัญที่ไม่ใช่แค่เพียงแต่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หรือมีน้ำตาลในปัสสาวะเท่านั้น แต่เป็นโรคที่ทำให้เกิดความเสื่อมและสูญเสียการทำงานของอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย และจะมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญของโรคเบาหวาน

        1. หลอดเลือด : มีความสัมพันธ์กับโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นอย่างมาก เพราะโรคเบาหวานจะทำให้เกิดความเสื่อมของหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย นำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดที่ขาและเท้า และหากมีภาวะไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย จะเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้เร็วและรุนแรงขึ้น 

        2. ระบบประสาท : ที่พบได้บ่อยที่สุด จะมีการทำลายเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงแขนขา โดยมีอาการชาบริเวณปลายมือ ปลายเท้า แสบร้อนบริเวณปลายเท้า ปวดเหมือนมีเข็มแทง เวลาสัมผัสอาจจะทำให้เกิดอาการปวด การหมดความรู้สึกทางเพศ

        3. ตา : มีความผิดปกติของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงจอตา อาจเป็นต้อกระจกก่อนวัย ประสาทตาหรือจอตาเสื่อม ตามัวลงเรื่อยๆ และมีความเสี่ยงที่อาจทำให้ตาบอดในที่สุด 

        4. ไต : มีความผิดปกติของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงไต ทำให้เกิดภาวะไตทำงานผิดปกติ จนถึงไตวายในที่สุด

        5. ติดเชื้อง่าย : เนื่องจากเม็ดเลือดขาวทำงานผิดปกติ ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ นำไปสู่การติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่ายและลุกลามได้เร็วกว่าคนที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน เช่น การติดเชื้อบริเวณผิวหนัง หรือทางเดินปัสสาวะ

 


การควบคุมและลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน      

        1. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควบคุมการรับประทานอาหารและผลไม้ที่มีรสหวาน

        2. ควบคุมระดับไขมันในเลือดสูงให้กลับสู่ภาวะปกติ

        3. มีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ

        4. รับประทานยารักษาโรคเบาหวานสม่ำเสมอ 

        ปัจจุบันมีการพัฒนาการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานไปมาก ทั้งยาลดน้ำตาลชนิดต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมระดับน้ำตาล แต่ก็ไม่สามารถรักษาโรคเบาหวานให้หายขาดได้

 

หลักการสำคัญในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน

       คือต้องพยายามควบคุมระดับน้ำตาลให้ได้ และลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนให้เหลือน้อยที่สุด มีการวิจัยพบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานจะเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายปริมาณมากกว่าคนปกติ ทำให้เกิดการเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่างๆ เร็วขึ้นจึงควรได้รับสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยป้องกันหรือลดภาวะอาการแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วิตามินและสารอาหาร ที่แนะนำ

กรดแอลฟา ไลโปอิก

  • ประโยชน์ที่ได้รับ 

                ลดอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์   และอวัยวะต่างๆ

  • ขนาดรับประทาน

                วันละ 300-600 มิลลิกรัม

วิตามิน อี ธรรมชาติ

  • ประโยชน์ที่ได้รับ

                ลดอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์   และอวัยวะต่างๆ

  • ขนาดรับประทาน

                วันละ 800-1,200 IU

วิตามิน ซี

  • ประโยชน์ที่ได้รับ

                ลดอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์  และอวัยวะต่างๆ

  • ขนาดรับประทาน

                วันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม

โคเอนไซม์ คิวเทน

  • ประโยชน์ที่ได้รับ

                ลดอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์  และอวัยวะต่างๆ

  • ขนาดรับประทาน

                วันละ 100 มิลลิกรัม

วิตามิน บี

  • ประโยชน์ที่ได้รับ

                เพิ่มการเผาผลาญน้ำตาล

                ลดอาการชาปลายมือ ปลายเท้า

  • ขนาดรับประทาน

                วันละ 25-50 มิลลิกรัม

โครเมียม

  • ประโยชน์ที่ได้รับ

                เพิ่มการเผาผลาญน้ำตาล

  • ขนาดรับประทาน

                วันละ 200 ไมโครกรัม

แชร์เลย!

ผลิตภัณท์ที่เกี่ยวข้อง

ผลิตภัณฑ์เมก้า วีแคร์

ไลโป-เอ๊กซ์

รายละเอียดเพิ่มเติม

ผลิตภัณฑ์เมก้า วีแคร์

ไดอาวิต

รายละเอียดเพิ่มเติม

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง


ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน แบบครบวงจร

องค์การอนามัยโลก(WHO) และสมาคมเบาหวานระหว่างประเทศ (IDF) คาดการณ์ว่าโรคเบาหวานจะเพิ่มขึ้นจาก 177 ล้านคนในปี 2543 เป็น 300 ล้านคน ในปี 2568 สำหรับประเทศไทยอัตราความชุกของโรคเบาหวานในประชากรไทยตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไปเพิ่มขี้นอย่าง